ลดโหนกแก้ม ลดโหนกแก้ม เพื่อใบหน้าสวยสมส่วน

ศัลยกรรมโหนกแก้ม โหนกแก้ม เป็นอีกหนึ่งโครงสร้างสำคัญบนใบหน้าที่บ่งบอกถึงลักษณะความเป็นเพศชายและเพศหญิง เพศชายจะมี โหนกแก้มสูง มองเห็นโครงกระดูกชัดเจน ทำให้ใบหน้าดูแข็ง มีความดุดัน สมความเป็นชาย ส่วนเพศหญิงจะมีโหนกแก้มที่ไม่สูงจนเกินไป เป็นเพียงเนินนูนขึ้นมาพอสวยงาม ทำให้ใบหน้าดูอ่อนหวานสมกับเป็นหญิง แต่ผู้หญิงบางคนมีโหนกแก้มที่สูงหรือโหนกแก้มใหญ่จนเห็นได้ชัด จึงทำให้ใบหน้าดูแข็ง สัดส่วนใบหน้าไม่สมดุล ทำให้หลายคนรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองดูไม่ค่อยอ่อนหวาน ดูแล้วไม่เป็นผู้หญิงสักเท่าไหร่ ส่องกระจกทีไรเป็นต้องขัดใจกับโหนกแก้มของตัวเองทุกที หรือแม้แต่ผู้ชายก็เกิดความไม่พึงพอใจกับโหนกแก้มของตัวเองได้เหมือนกัน ในปัจจุบัน การ ลดโหนกแก้ม ที่สูงนั้น สามารถทำการผ่าตัดแก้ไขให้โหนกแก้มมีความสวยงามสมส่วนขึ้นได้

ศัลยกรรมโหนกแก้ม

การผ่าตัดลดขนาดกระดูกโหนกแก้มนี้ ศัลยกรรมโหนกแก้ม ถือได้ว่ามีความเสี่ยงน้อย เนื่องจากเป็นกระดูกที่ไม่มีหน้าที่สำคัญ แต่สิ่งที่แพทย์ต้องใช้ความระมัดระวังคือการเลาะจากแผลผ่าตัดเข้าไปจนถึงกระดูกบริเวณที่ต้องการลดขนาด เพราะระหว่างทางที่เลาะมีเส้นประสาทควบคุมการขยับเคลื่อนไหวของใบหน้า ดังนั้น จึงต้องทำการผ่าตัดภายใต้ความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างใกล้ชิด โดยในขั้นตอนการปรึกษา แพทย์จะพูดคุยเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันว่า ผู้มารับการรักษาต้องการเปลี่ยนจุดไหน ต้องการเปลี่ยนอย่างไร และแพทย์จะทำการเอ็กซ์เรย์กระดูกโหนกแก้มทั้งสองข้าง และวัดสัดส่วนใบหน้าก่อนทำผ่าตัด เพื่อมิให้เกิดการเบี้ยวของโหนกแก้มหลังการผ่าตัด

การผ่าตัดลดความสูงของโหนกแก้ม มี 2 วิธีดังนี้

วิธีแรก คือการกรอกระดูกโหนกแก้ม หรือเหลากระดูกโหนกแก้ม ในกรณีนี้เหมาะสำหรับคนที่มี โหนกแก้มสูง เพียงเล็กน้อย ต้องการลดไม่มาก โดยศัลยแพทย์จะทำการเปิดแผลผ่าตัดจากในช่องปาก แล้วใช้เครื่องมือพิเศษกรอกระดูกโหนกแก้มส่วนที่ไม่ต้องการออก
วิธีที่สอง คือ การตัด เลื่อน หรือยุบกระดูกโหนกแก้ม เหมาะสำหรับคนที่กระดูกโหนกแก้มมีความหนามาก ทำให้โหนกแก้มดูสูงมาก ศัลยแพทย์สามารถเปิดแผลผ่าตัดได้ 2 ทาง อาจเปิดแผลผ่าตัดเข้าทางเหนือศีรษะโดยรอบ จากเหนือใบหูข้างหนึ่งถึงใบหน้าอีกข้างหนึ่ง แต่ที่นิยมทำคือเปิดแผลผ่าตัดเข้าทางช่องปากเหมือนกรณีแรก เพื่อไม่ให้มีรอยแผลหลังการผ่าตัด โดยจะมีแผลอยู่ด้านในช่องปาก บริเวณข้างกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง หลังจากนั้นจึงทำการตัดหรือเลื่อนกระดูกโหนกแก้มลงจากจุดยึดเกาะเดิม แล้วยึดด้วยเหล็กยึดชนิดพิเศษ
เตรียมตัวอย่างไรก่อนผ่าตัด

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ควรแจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ แจ้งยาและอาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบัน งดยาแอสไพริน (Aspirin) ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) และวิตามินอี (Vitamin E) ซึ่งเป็นยาที่ทำให้เลือดหยุดยาก ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์ งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังผ่าตัด 2 สัปดาห์ และรักษาสุขภาพให้แข็งแรง หากมีโรคประจำตัวที่ดำเนินอยู่ ต้องเป็นโรคที่ควบคุมรักษาได้

ขั้นตอนการผ่าตัด ลดโหนกแก้ม

เริ่มจากศัลยแพทย์วางยาสลบคนไข้ จากนั้นเปิดแผลผ่าตัดด้านในช่องปาก เพื่อทำให้ไม่มีรอยแผลหลังการผ่าตัด แล้วใช้เครื่องมือพิเศษกรอหรือตัดกระดูกโหนกแก้มส่วนที่ไม่ต้องการออก โดยปริมาณกระดูกที่นำออกนั้น ขึ้นอยู่กับความหนาและสูงของกระดูกโหนกแก้ม ส่วนใหญ่จะนำออกประมาณ 3-4 มิลลิเมตร เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงใช้ไหมละลายเย็บปิดแผล ใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดทั้งหมดประมาณ 2-3 ชั่วโมง หลังการผ่าตัดจะต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 1-2 คืน

ดูแลอย่างไรหลังผ่าตัด

หลังจากการผ่าตัด 24-48 ชั่วโมงแรก ให้ประคบโหนกแก้มด้วยความเย็น เพื่อลดอาการบวม, เวลานอนควรยกศีรษะให้อยู่สูงกว่าลำตัว เพื่อให้อวัยวะที่ได้รับการผ่าตัดอยู่สูงกว่าหัวใจ ช่วยให้แผลยุบบวมเร็วมากขึ้น
หลังการผ่าตัดสามารถรับประทานอาหารชนิดอ่อนๆ ได้ตามปกติ ส่วนอาหารชนิดแข็งควรงดไปก่อนประมาณ 1 เดือน
ล้างปากทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร และรักษาความสะอาดภายในช่องปากด้วยน้ำยาบ้วนปากอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ
งดกิจกรรมที่ส่งผลกระทบกระเทือนต่อแผลผ่าตัด
รับประทานยาตามที่แพทย์จัดให้ และมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลหลังการรักษา
โดยทั่วไปหลังผ่าตัด 3 วัน แผลจะเริ่มยุบโดยธรรมชาติ เริ่มขยับใบหน้าได้ ขยับปากได้เป็นปกติหลังผ่าตัดประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนไหมที่ใช้เย็บแผลจะละลายภายใน 7-10 วันหลังผ่าตัด ศัลยกรรมโหนกแก้ม